ทำเมนูร้านให้อยู่หลัง QR Code
การตัดสินใจที่ทำให้ไม่ต้องพิมพ์ป้ายใหม่ ทั้งเรื่องที่เก็บเมนู โค้ดคงที่กับโค้ดเปลี่ยนปลายทางได้ และการทดสอบที่ควรทำก่อน
ลูกค้าคนไทยสแกน QR Code บนโต๊ะเป็นเรื่องปกติไปนานแล้ว เรื่องที่ต้องคิดจึงไม่ใช่ว่าจะทำดีไหม แต่เป็นว่า โค้ดที่พิมพ์ออกไปแล้วแก้ไม่ได้ แต่หน้าเว็บที่มันชี้ไปแก้ได้ตลอดเวลา ถ้าวางความสัมพันธ์สองอย่างนี้ให้ถูกตั้งแต่แรก พิมพ์ครั้งเดียวใช้ได้หลายปี
บทนี้เป็นเรื่องที่ควรตัดสินใจให้จบก่อนส่งไฟล์เข้าโรงพิมพ์
เมนูจะไปอยู่ที่ไหน
QR Code เก็บได้แค่ที่อยู่เว็บ ไม่ได้เก็บเมนูของคุณ คุณยังต้องมีหน้าเว็บให้มันชี้ไป และการเลือกว่าจะชี้ไปที่ไหนสำคัญกว่าตัวโค้ดมาก
| ที่เก็บเมนู | ได้อะไร | เสียอะไร |
|---|---|---|
| หน้าเว็บของร้านเอง | ควบคุมได้ทั้งหมด เปลี่ยนราคาเมื่อไหร่ก็ได้ โค้ดที่พิมพ์ไปไม่มีวันเก่า | ต้องมีเว็บ หรืออย่างน้อยที่ฝากหน้าเดียว |
| ไฟล์ PDF ที่อัปโหลดไว้ | ง่ายที่สุด เพราะมีไฟล์จากโรงพิมพ์อยู่แล้ว | ต้องซูมเข้าออกบนมือถือ อ่านยาก และไฟล์ความละเอียดงานพิมพ์โหลดช้าเมื่อใช้เน็ตมือถือ |
| หน้าร้านบนแอปเดลิเวอรี | ฟรี และมีอยู่แล้ว | พาลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านไปอยู่ในแอปที่มีร้านคู่แข่งห่างแค่เลื่อนนิ้ว และถ้าสั่งผ่านนั้นก็เสียค่า GP |
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่เจ็บที่สุดและคนมองข้ามบ่อยที่สุด — ลูกค้าเดินเข้ามาถึงร้านแล้ว การพาเขากลับเข้า LINE MAN หรือ Grab คือการจ่ายค่าคอมมิชชันให้กับลูกค้าที่คุณหามาเองได้
ถ้ายังไม่มีเว็บเลย หน้าเว็บหน้าเดียวแบบเรียบ ๆ ก็ยังดีกว่า PDF เพราะเมนูถูกอ่านบนมือถือ แต่ PDF ถูกจัดหน้ามาเพื่อกระดาษ
กับดักของ QR Code แบบเปลี่ยนปลายทางได้
โค้ดที่ขายกันมีสองแบบ และความต่างจะเห็นก็ต่อเมื่อพิมพ์ไปแล้ว
โค้ดแบบคงที่ เขียนที่อยู่เว็บลงในลวดลายโดยตรง ไม่มีใครอยู่ตรงกลาง พิมพ์แล้วใช้ได้ตราบเท่าที่ปลายทางยังอยู่ ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องจ่ายรายเดือน ไม่มีใครมาปิดสวิตช์ได้
โค้ดแบบเปลี่ยนปลายทางได้ เขียนลิงก์สั้นของผู้ให้บริการลงไปแทน ลูกค้าสแกนแล้ววิ่งไปหาเขาก่อน เขาค่อยส่งต่อไปยังที่ที่คุณตั้งไว้ ข้อดีมีจริง คือเปลี่ยนปลายทางได้โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่ และดูสถิติการสแกนได้
แต่ข้อเสียมักไม่ถูกพูดถึงตรง ๆ ป้ายทุกใบที่พิมพ์ไปขึ้นอยู่กับว่าผู้ให้บริการรายนั้นยังอยู่และยังให้ใช้ฟรี ถ้าเขาปิดกิจการ ขึ้นราคา หรือยกเลิกแพ็กเกจฟรี ป้ายทุกโต๊ะในร้านจะใช้ไม่ได้พร้อมกันในวันเดียวกัน และแก้ไม่ได้นอกจากพิมพ์ใหม่ทั้งหมด
มีวิธีได้ข้อดีโดยไม่ต้องรับความเสี่ยง คือ ทำโค้ดแบบคงที่ชี้ไปยังหน้าเว็บของคุณเอง แล้วไปเปลี่ยนสิ่งที่อยู่บนหน้านั้นแทน
QR Code → ร้านคุณ.com/menu → อะไรก็ได้ที่คุณวางไว้วันนี้
↑ ↑
พิมพ์ครั้งเดียว เปลี่ยนได้ตลอด
ราคาใหม่ เมนูตามฤดูกาล ลิงก์ไปหน้าสั่งอาหาร หรือจะเปลี่ยนไปที่อื่นทั้งหมด ก็ทำได้หลังที่อยู่เว็บที่ไม่เคยเปลี่ยน โค้ดบนโต๊ะไม่ต้องรับรู้อะไรเลย
พอได้ที่อยู่ที่แน่นอนแล้ว เครื่องมือสร้าง QR Code จะแปลงให้เป็นโค้ด เลือก SVG ถ้าโรงพิมพ์ขอไฟล์เวกเตอร์ นอกนั้นใช้ PNG
ขนาด ผิวกระดาษ และตำแหน่งบนโต๊ะ
ป้ายตั้งโต๊ะถูกสแกนในระยะเอื้อมมือ ขนาดที่เหมาะคือราว 2.5–3 ซม. เล็กกว่านั้นยังพอใช้ได้กับมือถือรุ่นใหม่ในที่แสงดี แต่จะพังกับลูกค้าโต๊ะถัดไปที่ใช้เครื่องเก่ากว่า เหตุผลเต็มและตารางขนาดสำหรับงานแบบอื่นอยู่ในคู่มือขนาด QR Code สำหรับงานพิมพ์
ในร้านอาหารมีสามเรื่องที่สำคัญกว่าขนาด:
- เคลือบด้าน ไม่ใช่เคลือบเงา — ผิวเงาสะท้อนแสงกลับเข้ากล้องพอดีในมุมที่คนยื่นมือถือคร่อมโต๊ะ เคลือบด้านสแกนติดง่ายกว่ามากในแสงเดียวกัน
- อย่าตัดขอบขาวออก — ขอบรอบโค้ดเป็นส่วนหนึ่งของโค้ด เครื่องสแกนใช้มันหาขอบเขต และมันคือสิ่งแรกที่นักออกแบบตัดทิ้ง
- อย่าให้โค้ดพาดรอยพับ — โค้ดที่คร่อมรอยพับของป้ายจะอยู่บนสองระนาบพร้อมกัน กล้องจับทั้งสองด้านให้คมพร้อมกันไม่ได้
พิมพ์ข้อมูลสำคัญเป็นตัวหนังสือไว้ด้วย
โค้ดที่ไม่มีทางเลือกสำรองคือทางตันของโต๊ะนั้น ลูกค้าบางคนไม่สแกน มือถือบางเครื่องไม่ยอมทำงาน และบางคนแบตหมดกำลังชะโงกดูจอเพื่อน
พิมพ์ที่อยู่เว็บเป็นตัวหนังสือไว้ข้างโค้ด ใส่เบอร์โทรด้วย ถ้าลิงก์เมนูยาว ควรทำลิงก์สั้นไว้อีกอันเพื่อให้พิมพ์ตามได้
ต้นทุนคือข้อความอีกบรรทัดบนงานที่กำลังจะพิมพ์อยู่แล้ว แลกกับการที่ลูกค้าไม่ต้องเรียกพนักงานมาถามว่าเมนูอยู่ไหน
Wi-Fi ต้องเป็นอีกโค้ดหนึ่ง
อย่าพยายามรวมกัน โค้ดหนึ่งอันเก็บได้เรื่องเดียว โค้ดที่เชื่อมต่อ Wi-Fi จะเปิดหน้าเว็บไม่ได้
ประเด็นนี้สำคัญกับร้านไทยเป็นพิเศษ เพราะโต๊ะส่วนใหญ่มี QR พร้อมเพย์อยู่แล้ว ถ้าเพิ่มโค้ดเมนูกับโค้ด Wi-Fi เข้าไปอีก จะกลายเป็นสามโค้ดวางเรียงกันบนป้ายเดียว
ถ้าจะมีหลายโค้ด เขียนกำกับให้ชัดทุกอัน และวางแยกกันให้ห่าง ลูกค้าที่สแกนผิดอันจะไม่ได้ข้อความแจ้งเตือนอะไร แต่จะได้ผลลัพธ์ที่งงแทน — เช่นหน้าจอจ่ายเงินเด้งขึ้นมาตอนที่แค่อยากดูเมนู
อีกเรื่องคือโค้ด Wi-Fi เก็บรหัสผ่านไว้เป็นข้อความธรรมดา ใครถ่ายรูปป้ายไปก็ถอดได้ จึงควรให้ลูกค้าใช้เครือข่ายสำหรับแขก ไม่ใช่เครือข่ายเดียวกับเครื่องคิดเงิน
ทดสอบก่อนสั่งพิมพ์ทั้งร้าน
พิมพ์ตัวอย่างหนึ่งใบ บนวัสดุจริง ที่ขนาดจริง
- สแกนด้วยมือถือสองเครื่อง ควรมีทั้ง iPhone และ Android
- ทดสอบในร้าน ในแสงจริงของร้าน ไม่ใช่บนโต๊ะทำงาน
- ถือมือถือแบบที่ลูกค้าถือจริง คือเอียง ๆ คร่อมโต๊ะ ไม่ใช่ตั้งฉาก
- กดเข้าไปดูเมนูจนสุด แล้วดูว่าอ่านบนจอมือถือรู้เรื่องไหม ไม่ใช่แค่ดูว่าโค้ดเปิดอะไรสักอย่างได้
ถ้าสแกนไม่ผ่าน สาเหตุที่พบบ่อยเก้าข้อ เรียงไว้ตามลำดับความถี่ที่มักเป็นต้นเหตุจริง
ค่าพิมพ์ตัวอย่างหนึ่งใบแทบไม่มีราคา ค่าพิมพ์ป้ายใหม่ทุกโต๊ะในร้านมี